4.2.3 ระดับผู้บริหารและอำนาจหน้าที่
                ผู้บริหารและการบริหารทุกระดับ ใช้ทักษะ (Skill)  อย่างเดียวกันแต่ใช้สัดส่วนที่ต่างกัน ยิ่งขึ้นไปสู่ระดับบริหารที่สูงขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งต้องการข้อมูล เพื่อการตัดสินใจ และการใช้ทรัพยาการที่หลีกเลี่ยงในอนาคตมากขึ้น ดังนั้น ควรทำความเข้าใจอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ   ดังรายละเอียดต่อไปนี้
                1.  ผู้บริหารหรือหัวหน้างานระดับต้น First – Line Manager
                      ทำหน้าที่ตรวจสอบควบคุมงานเท่านั้นจัดการงานเท่าที่ได้รับคำสั่งให้ทำ จึงไม่ถึงขีดขั้นที่จะเข้าระดับ “ผู้จัดการ” โดยปกติจะมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน เช่น หัวหน้างาน (Foreman) ผู้ตรวจงาน หรือผู้ควบคุมงาน (Supervisor) หรือหัวหน้าแผนก (Section Chief) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้

ภาพที่ แสดงการเปรียบเทียบระดับบุคลากรในองค์กร

1.1  ปฏิบัติงานตามแผน  ซึ่งผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ทำ
1.2  ใช้บุคลาการและทรัพยากรเท่าที่ได้รับมอบหมายมาให้ทำ
1.3  ทำแผนปฏิบัติการระยะสั้น ๆ โดยการควบคุมงานให้สำเร็จวันต่อวัน / วันรุ่งขึ้น  หรือ ภายในสัปดาห์หน้า
1.4  มอบหมายภาระงานให้พนักงานทำ
1.5  ตรวจสอบงานที่พนักงานทำสำเร็จ
1.6  วัดผลงานพนักงานแต่ละคนในสายงาน
1.7  หัวหน้างานโดยมาก ได้รับแต่งตั้งมาจากคนงานในระดับเดียวกันขึ้นมา  จึงมักตกอยู่ในฐานะ  “ระหว่างเพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคยกันมาก่อนกับผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด” ซึ่งทั้งสองฝ่ายคิดว่าหัวหน้างานควรเป็นพวกของตนฝ่ายตน หัวหน้างานจึงต้องสร้าง “Linking Pin” สร้าง “สมดุล” ให้ได้
2.  ผู้บริหารระดับกลาง  (Middle Managers) ได้แก่ตำแหน่ง ผู้จัดการโรงงาน   ผู้จัดการฝ่ายผลิต หัวหน้าวิศวกร ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติกร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ฯลฯ และจะแบ่งย่อยมากน้อยสูงต่ำเพียงใดขึ้นอยู่กับขนาดองค์การ แต่ผู้บริหารระดับต้นหรือหัวหน้างานต้องมีจำนวนมากกว่าหัวหน้าระดับกลาง หรืออาจมี “Indirect Manager” มาทำหน้าที่เป็นคนกลางสื่อสารเชื่อมโยงกับบุคลากร ระดับหัวหน้างานด้วยกัน ถ้าองค์กรมีขนาดใหญ่ และช่วงการบังคับบัญชากว้าง ดังนั้นอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับกลาง Middle Management มีดังนี้
2.1  วางแผนระยะกลาง  เพื่อสอดคล้องรองรับกับแผนระยะยาวขององค์การที่ได้วางไว้โดยผู้บริหารระดับสูง
2.2  กำหนดนโยบายของแต่ละฝ่ายงาน
2.3  วัดและประเมินผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชา  และหัวหน้างานทั้งหลายในสายงานของตน
2.4  แจกจ่ายมอบหมายงาน  ประสานงาน  และตรวจสอบควบคุมเพื่อให้งานเป็นไปตามแผนงานระยะสั้นของหัวหน้าระดับต้น  ดำเนินไปโดยราบรื่นสอดคล้องกับแผนระยะกลางและระยะยาว
3.  ผู้บริหารระดับสูง (Top Managers)  ได้แก่  ตำแหน่ง  ประธานกรรมการบริษัท  ประธานบริษัท  ผู้บริหารระดับสูงหรือรองประธาน  ผู้อำนวยการหรือผู้ช่วยผู้อำนวยการ  หรือ  รวมถึง ตำแหน่งผู้ว่าการ  เลขาธิการ  อธิบดี  ปลัดกระทรวง  เป็นต้น  ซึ่งจะรายงานตามสายการบังคับบัญชาให้กับคณะกรรมการบริหารฝ่ายนิติบัญญัติ  ฝ่ายนโยบาย  หรือต่อสภาเท่านั้น  หมายความว่าไม่มีผู้บริหารที่ทำงานเต็มเวลาระดับเหนือขึ้นไปกว่าอีกแล้ว  ส่วนมากรวมเรียกว่า “CEO”  (Chief Executive Officers) 
ผู้บริหารระดับสูงเหล่านี้  มีหน้าที่และความรับผิดชอบ การจัดการระดับสูง  (Top Management) หรือการบริหารระดับสูง (Top Executive) งานที่ทำได้แก่
-  พิจารณาและทบทวนแผนกลยุทธ์  แผนระยะยาว
-  ประเมินผลการปฏิบัติงานของแผนงานหลักต่าง ๆ
-  ประเมินเจ้าหน้าที่ชั้นบริหาร  และเตรียมการคัดเลือกนักบริหารตำแหน่งสำคัญ
-  ปรึกษาหารือกับผู้บริหารระดับรองลงไปในเรื่องราวและปัญหาสำคัญต่าง ๆ
อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มผู้บริหารซึ่งจัดว่าเป็นองค์กรสูงสุดของธุรกิจคือ  คณะกรรมการอำนวยการ  (Board of Director) ซึ่งผู้ถือหุ้นได้เลือกสรรมาดูแลผู้บริหารระดับสูง แต่กลุ่มบุคคลเหล่านี้ไม่มีบทบาทในการดำเนินงานในแต่ละวันแต่ เป็นกลุ่มที่มีบทบาทในการกำหนดภารกิจของธุรกิจ นโยบายและกลยุทธ์ที่สำคัญ ๆ ตลอดจนทิศทางของธุรกิจ ดังนั้นเรามักจะไม่นำมารวมอยู่ในกลุ่มของผู้บริหารใน ระดับ 3 ระดับข้างต้นกลุ่มนี้มีประธานคณะกรรมการเป็นหัวหน้าซึ่งเรียกว่า Chairman of the Board 

การบริหารเป็นกระบวนการในการประสานงานและรวมรวมกิจกรรมในการทำงาน  เพื่อให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  และบรรลุประสิทธิผลโดยอาศัยคน ทั้งผู้บริหารและปฏิบัติการการบริหารเป็นงานที่ต้องใช้สติปัญญา  การเอาใจใส่เพื่อประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ 
ในการบริหารงานให้บรรลุเป้าหมายนั้น ต้องอาศัยทรัพยากรขององค์การขั้นพื้นฐาน คนเงิน  วัตถุดิบ  และทุน เป้าหมายของผู้บริหารทุกคนคือการทำให้เกิดผลกำไรและเพิ่มผลผลิต  (ผลิตภาพ)  นั่นคือการทำให้อัตราส่วนระหว่างผลผลิต (output)  และปัจจัยการผลิต (input) เป็นที่น่าพอใจภายในเวลาที่กำหนดอย่างมีคุณภาพและบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ  โดยมีเป้าหมายจะให้บังเกิดสิ่งต่อไปนี้คือ


การเพิ่มผลผลิต  หรือผลิตภาพ  (Productivity) หมายถึง ประสิทธิผล (effectiveness) และประสิทธิภาพ (efficiency) ในการปฏิบัติงานของแต่ละบุคคล รวมตลอดของทั้งองค์การ
ประสิทธิผล  (effectiveness) คือ การบรรลุถึงวัถตุประสงค์หรือเป้าหมายตามที่ต้องการ  คือมองตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง 

ส่วนประสิทธิภาพ (efficiency) นั่นคือความสามารถในการใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด  และเกิดประโยชน์สูงสุด