4.2  ความรู้เกี่ยวกับผู้บริหาร
                ผู้บริหาร หรือ ผู้จัดการ  เป็นสมาชิกในองค์กร  แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ทำงานในองค์กรจะเป็นผู้บริหารทุกคน  สมาชิกในองค์กรขนาดใหญ่แบ่งเป็น 2 ประเภท   คือ ผู้ปฏิบัติงานกับผู้บริหาร  ผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้ลงมือทำงานโดยตรงและไม่ต้องรับผิดชอบดูแลการทำงานของคนอื่น  เช่น  คนที่ประกอบชิ้นส่วนเครื่องยนต์ คนที่เช็คเอาท์หนังสือของห้องสมุด คนปรุงอาหารในภัตตาคารแล้วแต่เป็นผู้ปฏิบัติงานทั้งสิ้น  ในทางตรงกันข้าม  ผู้บริหารเป็นผู้สั่งการในกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร  บางครั้งผู้บริหารอาจต้องรับผิดชอบในการลงมือปฏิบัติงาน  และที่สำคัญคือผู้บริหารนั้นต้องมีลูกน้อง
                ในองค์การนั้นผู้บริหารต่าง ๆ อาจมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน เช่น  ผู้บริหารระดับล่างมักจะใช้ชื่อว่า  Supervisor  ถ้าในโรงงานอุตสาหกรรมจะเรียกว่า   Foreman   (หัวหน้างาน)   ส่วนผู้บริหารระดับกลางก็จะมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน  เช่น  ผู้จัดการโรงงาน ผู้จัดการแผนก หัวหน้าหน่วย  คณบดี  ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร  รับผิดชอบในด้านนโยบาย  กลยุทธ์  และตัดสินใจนั้น  ได้แก่  รองประธาน  ประธาน  ผู้อำนวยการ  ประธานบอร์ด CEO
                 ถ้าหากท่านเลือกอาชีพนักบริหารแล้วท่านจะมีชื่อตำแหน่งและความรับผิดชอบต่าง ๆ กัน  ขึ้นอยู่กับองค์การที่ท่านทำอยู่รวมทั้งท่านจะพบว่าอาชีพนักบริหารเป็นอาชีพที่น่าตื่นเต้นและท้าทายอาชีพหนึ่งทีเดียว
       

4.2.1  ความหมายและประเภทของผู้บริหาร 
ผู้บริหาร  หมายถึง  สมาชิกในองค์การที่มีหน้าที่ในการจัดสรรทรัพยากร  และประสานภารกิจของบุคคลอื่นในองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกัน  เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้เป็นผู้แก้ปัญหาอุปสรรค  ขจัดความยุ่งยากซับซ้อน  ด้วยการปฏิบัติตามหลักการบริหารงานที่ดี  โดยเน้นที่การวางแผน  การจัดระเบียบ  การควบคุม  การรักษาระบบ  และโครงสร้างองค์กรให้เป็นไปตามปกติ  ซึ่งมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน  ได้แก่ ผู้ควบคุมงาน  หัวหน้าแผนก  หัวหน้าฝ่าย  ผู้จัดการสาขา  รองประธาน  ประธานกรรมการ  กรรมการผู้จัดการ  เป็นต้น  แต่ผู้นำ  (Leader)  ให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงมุ่งสร้างสิ่งใหม่ ๆ พัฒนาปรับเปลี่ยน มองการณ์ไกล ท้าทายสิ่งเดิม ๆ มุ่งทำในสิ่งที่ถูกต้อง และทำให้องค์กรสามารถดำเนินงานไปได้ในทิศทางที่ถูกต้อง โดยคำนึงถึงพื้นฐานความเป็นมนุษย์ คุณค่า และใส่ใจในเรื่องของอารมณ์ด้วย
อย่างไรก็ตามผู้บริหารที่ดีต้องมีคุณสมบัติของผู้นำด้วย  ในการกล่าวถึงเรื่องการบริหาร  จึงมีการใช้คำว่า  ผู้นำ  และผู้บริหาร  ไปด้วยกัน
การแบ่งเป็นระดับของผู้บริหารนั้นเป็นการพิจารณาในแง่ของความรับผิดชอบ (Responsibility)      ว่ารับผิดชอบอะไรบ้าง มากน้อยเพียงใด และต้องรับผิดชอบเรื่องสำคัญอย่างไร แต่การแบ่งประเภทของผู้บริหารจะพิจารณาในแง่ของอำนาจบังคับบัญชา (authority) ว่ากำหนดไว้อย่างไร ประเภทของผู้บริหารแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ 
1.  ผู้บริหารทำหน้าที่สั่งการ  (Line Manager)  ผู้บริหารประเภทนี้  หากพิจารณาในด้านการใช้อำนาจก็คือ  ผู้บริหารที่สามารถสั่งการให้บุคคลในหน่วยงานของตนเองได้ทุกเรื่อง  ถ้าพิจารณาในแง่ของความรับผิดชอบก็คือ  ผู้บริหารที่รับผิดชอบความความสำเร็จและความล้มเหลวขององค์การอำนาจของผู้บริหารนี้คือ  กำกับ  ดูแล  สั่งการ  ประเมิน  ลงโทษ  เลื่อนชั้น  เลื่อนตำแหน่ง  คนที่อยู่ในส่วนของผู้บริหารได้  ดังนั้น  หัวหน้าหน่วยงานทุกหน่วยงานทุกหน่วยงานก็เป็น  line  manager  ของหน่วยงานนั้น  คือสามารถสั่งการบุคคลในหน่วยงานของตนเอง  หากพิจารณาในแง่ของความรับผิดก็จะระบุได้ว่า  ฝ่ายขาย  ฝ่ายผลิต  ฝ่ายจัดซื้อ  และฝ่ายการเงิน เป็น  line   ขององค์กรเป็นต้น
2.  ผู้บริหารทำหน้าที่ให้คำแนะนำ  (Staff  Manager)  อำนาจของผู้บริหารประเภทนี้ตรงกันข้ามกับผู้บริหารที่ทำหน้าที่สั่งการ  คือ  สั่งการไม่ได้แต่ให้คำแนะนำ  ให้การปรึกษาแก่ผู้บริหารที่ทำหน้าที่สั่งการได้เท่านั้น   มีความรับผิดชอบทางอ้อมต่อความสำเร็จและล้มเหลวขององค์การ  ช่วยให้งานของฝ่ายต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น  เช่น  ที่ปรึกษาของฝ่ายการเงินให้คำแนะนำแก่ผู้จัดการฝ่ายการเงิน  ที่ปรึกษาของฝ่ายผลิตให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้จัดการฝ่ายผลิตและที่ปรึกษาของฝ่ายขายให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้จัดการฝ่ายขายต่าง ๆ เหล่านี้  ล้วนเป็น  staff   ทั้งสิ้น  หากพิจารณาในแง่ของความผิดชอบหน่วยงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน่วยงานอื่นในองค์การเรียกว่าเป็นงาน    staff   ขององค์การ  เช่น  ฝ่ายบริหารงานบุคคล  ฝ่ายประชาสัมพันธ์  ฝ่ายกฎหมาย  เป็นต้น  ผู้จัดการของฝ่ายเหล่านี้ก็เป็น  staff manger  ขององค์การ  แต่ผู้จัดการฝ่ายบริหารบุคคล  ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์  ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายก็เป็น  line  manger  ของหน่วยงานตนเพราะสั่งการคนในฝ่ายของตนเองได้
3.  ผู้บริหารทำหน้าที่สั่งการเฉพาะด้าน  (Functional Manager) ผู้บริหารประเภทนี้จะได้รับมอบหมายให้สั่งการได้เฉพาะเรื่องบางเรื่องเท่านั้น ซึ่งเป็นการช่วยบรรเทาภาระของผู้บริหารทำหน้าที่สั่งการประกอบกับ Functional manager มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่ได้รับมอบหมายจาก line manager ให้สั่งการเฉพาะด้านเท่านั้น
4.  ผู้บริหารทั่วไป  (General Manager)  เป็นผู้บริหารที่สามารถสั่งการได้ทุกหน่วยงานขององค์กร  มีความรับผิดชอบสูงและสั่งงานได้หลายหน้าที่  หลายกิจกรรมโดยไม่จำกัด  ตามปกติแต่ละหน่วยงานมักจะมีความรู้มีความเชี่ยวชาญในงานของหน่วยงานนั้น  เช่น  ผู้จัดการฝ่ายการเงินจะมีความรู้ทางด้านการเงิน  ศึกษามาทางด้านการเงินหรืออบรมทางด้านการเงินมาก่อน  จึงจะมาเป็นผู้บริหารและรับผิดชอบงานในฝ่ายการเงิน  ทำนองเดียวกันผู้จัดการฝ่ายการตลาดก็มีความรู้ทางด้านการตลาด         ผู้จัดการฝ่ายผลิตก็มีความรู้สามารถทางด้านการผลิตจึงจะได้รับการแต่งตั้งเป็น    line  manager    ของฝ่ายตลาดและฝ่ายผลิต     แต่สำหรับผู้บริหารทั่วไปก็อาจมีความรู้อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ได้แต่ไม่รู้ทุกอย่างก็ได้ เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็น  general   manager  ก็จะต้องรับผิดชอบงานทุกอย่างทั้ง ๆ ที่งานบางอย่างอาจมีความรู้ไม่พอก็ได้  หาก จะพิจารณาในแง่ของอำนาจบังคับบัญชา  ผู้บริหารทั่วไปก็คือ  line   manager  ของหน่วยงานทั้งหมดขององค์กรนั่น เอง
5.  ผู้บริหาร (Administrator)  หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้บริหารขององค์กรที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร เช่น องค์กรที่เป็นหน่วยราชการ องค์กรการกุศล ส่วนท้องถิ่น เทศบาล หรือ โรงพยาบาลของรัฐเป็นต้น


ภาพที่ แสดงลักษณะของผู้บริหารแบ่งตามพฤติกรรมที่แสดงออก


1.  ผู้บริหารแบบ Impoverished จะเป็นผู้บริหารที่ไม่สนใจทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาและเรื่องงาน เป็นลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ที่สุด
2.  ผู้บริหารแบบCountry Club เป็นผู้บริหารที่มุ่งเน้นเรื่องความทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่จะไม่มุ่งเน้นเรื่องงาน ดังนั้นผู้บริหารแบบนี้เป็นผู้บริหารที่ผู้ใต้บังคับบัญชาชอบ   แต่งานที่รับผิดชอบมักจะไม่บรรลุเป้าหมาย
3.  ผู้บริหารแบบ  Authority-Compliance       เป็นผู้บริหารที่มุ่งแต่เรื่องงานโดยไม่คำนึงถึงเรื่องจิตใจของผู้ใต้บังคับบัญชา แม้ว่างานที่รับผิดชอบอาจจะบรรลุผล แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาอาจจะไม่พอใจ ผู้ที่ทำงานด้วยจะอึดอัดใจ อาจจะลงท้ายความขัดแย้งในที่สุด
4.  ผู้นำแบบ    Middle the Road        เป็นผู้บริหารที่พอได้ทั้งเรื่องคนและเรื่องงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานด้วยก็พอใจในระดับหนึ่ง งานที่รับผิดชอบก็สำเร็จอยู่บ้าง
5.  ผู้บริหาร  Team   เป็นผู้บริหารที่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา และยังสามารถทำงานได้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายอีกด้วยเป็นลักษณะผู้บริหารที่พึงประสงค์ที่สุดในบรรดาผู้บริหารแบบอื่น ๆ